| home | ||||||||||||||||||
| ถ้าข้าพเจ้าทำได้ ข้าพเจ้าอยากจะเขียนคำว่าประกันภัยไว้ที่เหนือประตูบ้านของทุกบ้าน และในหนังสือทุกเล่มของบุคคลสำคัญของประชาชน เพราะข้าพเจ้าแน่ใจว่าการเสียสละอันน้อยนิดเท่าที่ทำได้ ทุกครอบครัวก็จะสามารถป้องกันความวิบัติ ซึ่งอาจทำลายพวกเขาให้ย่อยยับตลอดไปได้คำกล่าวของ เซอร์วินสตัน เชอร์ชีล อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศอังกฤษ | ||||||||||||||||||
| ประกันคืออะไร | ||||||||||||||||||
| ประโยชน์ของการประกันชีวิตต่อผู้เอาประกัน | ||||||||||||||||||
| การประกันชีวิตเสริมสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวผู้ที่ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต หรือซื้อกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองด้านอื่น คือผู้ที่ซื้อความมั่นใจในความมั่นคงของชีวิต หากมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ผลประโยชน์ตามกรมธรรม์จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทั้งปวง การที่หัวหน้าครอบครัวได้ทำประกันชีวิตไว้ก็เท่ากับว่าได้สำรองเงินก้อนใหญ่ตามภาระผูกพันกับบริษัทประกันชีวิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แสดงถึงความรับผิดชอบและหลักประกันอันมั่นคงต่อครอบครัวอันเป็นที่รัก การประกันชีวิตสร้างนิสัยการออมทรัพย์วัตถุประสงค์รองของการประกันชีวิต คือการออมทรัพย์จากการเก็บเบี้ยประกันในอัตราคงที่ของบริษัทประกัน ทำให้การประกันชีวิตเป็นการออมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว โดยผู้เอาประกันจะได้รับเงินสะสมคืนครบกำหนดตามระยะเวลาตามกรมธรรม์ ซึ่งจะช่วยให้การออมทรัพย์ประสบความสำเร็จ เพราะการทำประกันชีวิตไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้เหมือนกับการนำเงินไปฝากธนาคาร การประกันชีวิตเป็นการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเมื่อกรมธรรม์ครบระยะเวลาตั้งแต่สามปีขึ้นไป จะมีมูลค่าเงินสด หากผู้เอาประะกันเกิดมีความจำเป็นทางการเงินก็สามารถขอกู้เงินจำนวนหนึ่งไปใช้ได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ การประกันชีวิตจึงเท่ากับเป็นการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ผู้เอาประกันชีวิตสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตมาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้คุณสามารถหักลดหย่อนภาษีในส่วนของเบี้ยประกันชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 50,000 บาทต่อปี โดยให้มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2545 ข่าวดีนี้เกี่ยวข้องกับท่านอย่างไร? 1. ได้รับประโยชน์จากสิทธิในการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องเสียภาษีในอัตรา 20% เดิมรัฐให้สิทธิในการนำเบี้ยประกันชีวิตมาหักลดหย่อนภาษีในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท นั่นคือรัฐได้ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ 2,000 บาท แต่ในปัจจุบันที่รัฐให้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ 50,000 บาท หมายถึงรัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในส่วนประกันชีวิตถึง 10,000 บาท นั่นก็คือในเงินเบี้ยประกันที่คุณชำระปีละ 50,000 บาทนั้น คุณชำระจริงเพียง 40,000 บาท โดยมีรัฐเข้ามาสนับสนุนถึง 10,000 บาท 2. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการสร้างหลักประกันของรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ใครบ้างที่จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเบี้ยประกันชีวิต 50,000 บาท1. เป็นผู้มีเงินได้ที่ชำระค่าเบี้ยประกันในปีภาษีนั้นๆ 2. กรมธรรม์ประกันชีวิตที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไปหรือตลอดชีพ 3. ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ซื้อกับบริษัทที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น 4. ผู้มีเงินได้สามารถหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนเบี้ยประกันที่จ่ายจริง สูงสุดได้ถึง 50,000 บาท 5. ในกรณีที่ผู้มีเงินได้มีคู่สมรส ที่ความเป็นสามีภรรยามีอยู่ตลอดปีภาษี ซึ่งคู่สมรสมีกรมธรรม์ประกันชีวิตระยะเวลาคุ้มครอง 10ปีขึ้นไปที่ซื้อกับบริษัทประกันชีวิต ที่ประกอบกิจการในประเทศไทย หากคู่สมรสไม่มีเงินได้ ผู้มีเงินได้สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท นั่นคือ ผู้มีเงินได้ที่มีคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้จะสามารถหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดถึง 60,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากคู่สมรสมีเงินได้ ผู้มีเงินได้และคู่สมรสสามารถแยกกันชำระภาษี ซึ่งต่างก็สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคนละ 50,000 บาท เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นเสียภาษี ยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิม คือนำใบเสร็จรับเงินหรือสำเนาใบเสร็จรับเงินที่ออกโดยบริษัท แนบพร้อมกับการยื่นเสียภาษี กรณีทำใบเสร็จรับเงินสูญหาย สามารถขอหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิตจากบริษัท | ||||||||||||||||||
| ประโยชน์ของการประกันชีวิตต่อสังคมและส่วนรวม | ||||||||||||||||||
| ธุรกิจประกันชีวิตช่วยเสริมสร้างสวัสดิการให้แก่ลูกจ้างของหน่วยงานของทางภาครัฐบาลและเอกชนการประกันชีวิตกลุ่มลูกจ้าง หรือประกันบำนาญกลุ่มของลูกจ้างจะเป็นสวัสดิการที่ดีอย่างหนึ่ง โดยที่นายจ้างอาจจะเป็นผู้ออกเบี้ยประกันภัยทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งเบี้ยประกันภัยที่จ่ายนี้จะเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากเมื่อเทียบกับสวัสดิการอย่างอื่น ทำให้พนักงานไม่มีเหตุกังวลเกี่ยวกับครอบครัว ส่งผลให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีต่อหน่วยงาน ทำให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับการลงทุนสร้างสวัสดิการประเภทนี้ให้แก่พนักงานของตน ธุรกิจประกันชีวิตช่วยส่งเสริมภาพพจน์ของสถาบันการเงินซึ่งให้กู้ยืมเงินสถาบันทางการเงิน มักจะพิจารณาว่าผู้ยื่นความจำนงค์ขอกู้เงินนั้นเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการชำระเงินกู้ และดอกเบี้ยคืนตามเงื่อนไขได้หรือไม่ แต่บ่อยครั้งมีเหตุที่ทำให้สถาบันการเงินจำต้องยึดทรัพย์สินของผู้กู้ออกขายทอดตลาดเพราะเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นกับผู้กู้ การกระทำเช่นนี้ย่อมสร้างภาพพจน์ที่ไม่ดีต่อสถาบันการเงินนั้นๆ การแนะนำให้ลูกค้าผู้กู้เงินทำประกันชีวิตแบบพิเศษที่คุ้มครองหนี้คงเหลือ ซึ่งเบี้ยประกันภัยต่ำ จะทำให้เกิดความมั่นใจทั้ง 2 ฝ่ายเพราะถ้าผู้กู้เสียชีวิตลง สถาบันการเงินก็จะได้รับการชำระหนี้คงเหลือจากบริษัทประกัน ธุรกิจประกันชีวิตเป็นแหล่งระดมเงินออมระยะยาวธุรกิจประกันชีวิตคือการระดมเงินออมระยะยาวจากประชาชนในรูปของเบี้ยประกันภัย เพราะระยะเวลาของสัญญามักจะมีระยะยาว เงินที่ได้จากเบี้ยประกันเหล่านี้ บริษัทประกันได้นำไปใช้ในกรณีต่างๆแล้ว ส่วนที่เหลือนี้ถือว่าเป็นเงินออมที่แท้จริง ซึ่งบริษัทประกันจะต้องนำเอาเงินส่วนนี้ไปลงทุนเพื่อหาผลกำไร เช่นการซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพื่อจะได้มีเงินเพียงพอที่บริษัทจะนำรายได้มาจ่ายคืนให้กับผู้เอาประกันตามสัญญา ธุรกิจประกันชีวิตก่อให้เกิดการจ้างงานอย่างมากทั้งทางตรงและทางอ้อมธุรกิจประกันชีวิตนอกจากจะเป็นธุรกิจที่มีการจ้างงานโดยตรง ทั้งพนักงานประจำและตัวแทนขายแล้ว ยังก่อให้เกิดการจ้างงานทางอ้อมอย่างกว้างขวาง เพราะเงินที่บริษัทประกันชีวิตนำไปลงทุน หรือให้กู้ยืมทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เกิดสภาพคล่องและการขยายตัวของกิจการนั้น ส่งผลให้มีการจ้างงานอย่างกว้างขวาง | ||||||||||||||||||
| ทำไมต้องทำประกันชีวิต | ||||||||||||||||||
| Q: รวยอยู่แล้ว ไม่รู้จะทำประกันไปทำไมA: การที่คุณรวยอยู่แล้วแสดงว่าคุณมีการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งการประกันชีวิตเป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพประเภทหนึ่ง เนื่องจากเป็นการลงทุนที่แทบจะไม่มีความเสี่ยงเลยก็ว่าได้ เริ่มตั้งแต่คุณนำเงินเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทของเรา คุณก็สามารถทราบผลตอบแทนที่แน่นอน ในวันที่แน่นอน เพราะผลตอบแทนของคุณ ก็คือ เงินตามสัญญาในกรมธรรม์ที่คุณจะได้รับ อีกทั้งกรมธรรม์ทุกฉบับมีเงินสำรองการประกันภัยเป็นตัวค้ำประกันอยู่ การลงทุนของคุณจะได้รับผลตอบแทนที่แน่นอนและมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลนี้ การประกันชีวิตจึงเป็นวิธีเพิ่มเงินทุนของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ Q:ทำไมต้องทำประกันชีวิต คนจ่ายไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้จ่ายA: การประกันชีวิต ไม่ใช่เป็นการประกันชีวิตเพียงอย่างเดียวเช่นที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เป็นการวางแผนการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัว การประกันชีวิตมีหลายแบบ บางแบบให้ความคุ้มครองชีวิตเพียงอย่างเดียว บางแบบให้ความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับการสะสมทรัพย์ นอกจากนี้ ผู้ถือกรมธรรม์ยังสามารถเพิ่มเติมผลประโยชน์ด้านประกันโรคร้ายแรงทางสุขภาพหรืออุบัติเหตุได้ด้วย ดังนั้น การประกันชีวิตจึงเป็นทั้งการคุ้มครอง การเก็บออม การลงทุน และเสริมสวัสดิการต่างๆที่จำเป็น Q: ทำไมต้องเสียเงินให้บริษัทประกันทุกๆเดือน โดยที่เอามาใช้ก็ไม่ได้ เอาเงินฝากธนาคารไม่ดีกว่าหรือA: ความจริงแล้วการฝากเงินกับบริษัทประกัน ลูกค้าไม่เสียเงิน แต่เป็นการออมเงินซึ่งคล้ายกับการฝากเงินประเภทประจำไว้กับธนาคาร ต่างกันตรงที่ การประกันชีวิตเป็นการเก็บเงินที่มีการรับรองจำนวนเงินที่คุณต้องการได้รับอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะฝากครบตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ ยังเป็นการเก็บเงินที่มีสวัสดิการและมีความคุ้มครองอีกด้วย การฝากเงินกับบริษัทประกันชีวิตนั้น หากวันใดวันหนึ่งคุณไม่สามารถฝากเงินจำนวนนั้นได้อีกต่อไป ครอบครัวของคุณจะยังคงได้รับเงินก้อนตามที่คุณตั้งใจไว้ หรือหากวันใดวันหนึ่งคุณเจ็บป่วยจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล บริษัทประกันชีวิตจะเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนคุณ ซึ่งคุณไม่มีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์เหล่านี้จากการฝากเงินกับธนาคารอย่างแน่นอน Q: บริษัทประกันชีวิต หลอกเอาเงินเราไปหรือเปล่าA: บริษัทประกันชีวิต เป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ การดำเนินงานต่างๆของบริษัทจึงเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและอยู่ภายใต้การรับรองของรัฐบาล โดยเฉพาะบริษัทเอไอเอ มีนโยบายการลงทุนที่เคร่งครัด และทีมบริหารการลงทุนที่เป็นมืออาชีพ โดยเอไอเอจะนำเบี้ยประกันที่ผู้ถือกรมธรรม์ฝากไว้กับบริษัทไปลงทุนในธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนสูง เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งนำเงินไปลงทุนในโครงการสาธารณูปโภค เพื่อพัฒนาประเทศในด้านต่างๆซึ่งผลตอบแทนที่บริษัทได้รับจากการดำเนินการลงทุนที่มีประสิทธิภาพนี้ จะคืนกลับในรูปเงินปันผลให้แก่ผู้ถือกรมธรรม์ | ||||||||||||||||||
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
Insurance
วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)